shopup.com

ดูบทความอาหารรสเค็ม

อาหารรสเค็ม

 

 

                อาหารรสเค็มนั้นบั่นทอนสุขภาพจริงหรือ บ่อยครั้งที่เราต้องยอมรับว่าอาหารที่มีรสชาติจืด เรามักไม่อยากรับประทาน เครื่องปรุงส่วนใหญ่จึงถูกนำมาใช้เช่น น้ำตาล พริกไทย เกลือ ซีอิ๊ว น้ำปลา เป็นต้น ในระยะหลังคนเรามีการบริโภคเกลือสูงขึ้น จึงทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้น และเมื่อร่างกายได่รับเกลือมากเกินไปจะทำให้เกิดอันตรายฉับพลันจากภาวะบวมน้ำได้

                ร่างกายเราต้องการเกลือมากน้อยแค่ไหน เกลือที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้คือ โซเดียมคลอไรด์ ซึ่งโซเดียมมีความสำคัญต่อร่างกายมาก เพราะทำหน้าที่ควบคุม และรักษาความสมดุลของน้ำ รักษาสภาพความเป็นกรด-ด่างของร่างกาย และยังช่วยให้การทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อให้เป็นไปตามปกติ โดยทั่วไปคนเราจะได้รับโซเดียมโดยเฉลี่ย 2.3 - 6.9 กรัม จากอาหารทั่วไปที่รับประทานทุกวันอยู่แล้ว แต่เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป จึงมีข้อกำหนดและข้อแนะนำว่าไม่ควรรับประทานเกลือเกินกว่า 3 กรัมต่อวัน

                จากการศึกษาวิจัยในต่างประเทศพบว่า อาหารจากธรรมชาติโดยทั่วไปจะมีโซเดียมคลอไรด์เฉลี่ยเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ส่วนอาหารที่ปรุงและมีการเติมเกลือลงไปด้วยจะมีโซเดียมคลอไรด์เฉลี่ยร้อยละ 15 และอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตจากอุตสาหกรรมอาจมีโซเดียมคลอไรด์สูงกว่าร้อยละ 75 และได้มีการวิเคราะห์ผักและอาหารที่ซื้อจากตลาดพบว่า ผักนั้นมีโซเดียมต่ำ พวกอาหารแห้ง เช่น เนื้อเค็ม ปลาเค็ม มีโซเดียมอยู่ระหว่าง 1 - 4 กรัมต่อ 100 กรัมของอาหารนั้นๆ เครื่องปรุงรส เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว มีโซเดียมอยู่ระหว่าง 2.3 - 10 กรัมต่อ 100 กรัม และในปัจจุบันนิยมเติมผงชูรสลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติ โดยผงชูรสนั้นก็คือโซเดียมในรูปแบบของโมโนโซเดียมกลูตาเมต ซึ่งทำให้เรารับโซเดียมเพิ่มโดยไม่จำเป็น และอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หรือชาที่ลิ้นได้ นอกจากนี้สารต่างๆที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น โซเดียมไบคาร์บอเนตที่ช่วยให้ขนมฟู หรือโซเดียมแอสคอเบตที่เพื่อป้องกันอาหารไม่ให้เหม็นหืน ก็มีส่วนทำให้ปริมาณโซเดียมในอาหารและขนมเพิ่มขึ้นได้ด้วย

                ผู้ที่ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีปัญหาความดันโลหิตสูง หรือ โรคหัวใจ รวมไปถึงผู้ป่วยที่มีภาวะของหัวใจล้มเหลว แพทย์อาจจะต้องจำกัดปริมาณโซเดียมมากๆ นอกจากนี้ผู้ที่เข้าข่ายที่ต้องหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มคือ ผู้ป่วยโรคไตต่างๆ เช่น โรคกรวยไตอักเสบ เป็นต้น  

18 ตุลาคม 2559

ผู้ชม 3423 ครั้ง

Engine by shopup.com